HubCorner logo web

เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเรา

เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเรา

การรักษาศีลเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ การรักษาศีลนั้น อาศัยเพียงแค่จิตใจที่ดีงาม แน่วแน่ มั่นคง ก็จะสามารถรักษาศีลไว้ได้แล้ว โดยเริ่มจากการนึกถึงศีลแต่ละข้อ แล้วทำการตั้งใจว่า เราจะรักษาศีลข้อนั้นให้ดี เพียงแค่นี้เราก็พร้อมที่จะเริ่มรักษาศีล

แต่หากว่าไม่มั่นใจว่าจะ รักษาศีลได้ตลอดไปหรือไม่ ก็ควรจะไปสมาทานศีลกับพระภิกษุ เพื่อให้ท่านเป็นสักขีพยาน ซึ่งจะช่วยให้เรามีความรักและความเคารพในศีลของเรา และจะสามารถรักษาศีลได้อย่างมั่นคง

เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเราด้วยเช่นเดียวกัน ความปรารถนาสิ่งใด ก็อธิษฐานจิตเอาศีลที่บริสุทธิ์ของเราเป็นที่ตั้ง ความปรารถนาก็จะสำเร็จโดยง่าย ศีลจึงเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดที่สุดที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้นทันตาเห็น ทั้งในปัจจุบันชาติ และสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นในภพหน้าเบื้องหน้า

รักษาศีลต้องมีความตั้งใจ

รักษาศีลต้องมีความตั้งใจ

ในการรักษาศีล เจตนา หรือ ความตั้งใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่คนเรานั้นไม่ได้ทำผิดศีล หรือไม่ได้ทำความชั่ว ไม่ได้แปลว่าเรามีศีลนะคะ เพราะว่าคนที่ไม่ได้ทำความชั่ว อาจจะเป็นเพราะ เค้าคนนั้นยังไม่มีโอกาสที่จะทำ เช่น คนที่นอนป่วยหมดแรง อยู่ในโรงพยาบาล ย่อมจะไปทำเรื่องที่เบียดเบียนใครไม่ได้ หรือนักโทษที่อยู่ในคุก ย่อมไม่สามารถออกไปทำร้ายใครได้ การจะได้ชื่อว่า เป็นผู้รักษาศีล จะต้องมีเจตนาหรือความตั้งใจ ที่จะงดเว้นจากการทำชั่วอย่างแท้จริง

ศีลขาดง่ายจริงหรือ

ศีลขาดง่ายจริงหรือ?

ทั้ง ๆ ที่ศีลมีประโยชน์มากมาย แต่หลาย ๆ คน กลับไม่สนใจที่จะรักษาศีล ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า

คนเหล่านั้นไม่เห็นคุณค่า หรือคิดว่าการรักษาศีลนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและยุ่งยาก จะทำอะไรนิดอะไรหน่อย

ก็ศีลขาดแล้ว แต่ที่จริงแล้วนั้น ศีลไม่ได้ขาดง่าย ๆ จะขาดได้ต้องครบองค์ประกอบของศีลแต่ละข้อด้วย
Read More »

ตัวอย่างเรื่อง ศีล จากพระไตรปิฎก : ไม่รักษาศิลข้อ 5

ตัวอย่างเรื่อง ศีล จากพระไตรปิฎก : ไม่รักษาศิลข้อ 5

ในครั้งพุทธกาล มีบุตรเศรษฐีและภรรยาตระกูลหนึ่ง มีทรัพย์รวมกัน 160 โกฏิ ต่อมาถูกพวกนักเลงลวง

ให้ดื่มสุรา ไม่นานทรัพย์ทั้ง 160 โกฏิ ก็ถูกผลาญหมดไปจนทั้งคู่กลายเป็นขอทาน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องและตรัสว่า ถ้าบุตรเศรษฐีและภรรยาไม่ผลาญทรัพย์ให้หมดสิ้นไป

แต่ประกอบการงานในปฐมวัย จะได้เป็นเศรษฐีชั้นเลิศ ถ้าออกบวช จะได้เป็นพระอรหันต์

ภรรยาจะบรรลุอนาคามิผล ถ้าประกอบการงานในมัชฌิมวัย จะได้เป็นเศรษฐีชั้นที่ 2 ถ้าออกบวชจะได้

เป็นพระอนาคามี ภรรยาจะได้บรรลุสกทาคามิผล ถ้าประกอบการงานในปัจฉิมวัย จะได้เป็นเศรษฐีชั้นที่ 3

ถ้าออกบวชจะได้เป็นพระสกทาคามิ ภรรยาจะได้โสดาปัตติผล แต่นี่บุตรเศรษฐีไม่มีอะไรเหลือเลย ทั้งโภคทรัพย์

และอริยทรัพย์ เพราะผิดศิลข้อ 5 (มก.42/181)

ตัวอย่างเรื่อง ศีล จากพระไตรปิฎก : รักษาศิลข้อ 4 มาดี

ตัวอย่างเรื่อง ศีล จากพระไตรปิฎก : รักษาศิลข้อ 4 มาดี

ในครั้งพุทธกาล สามีของหญิงคนหนึ่ง ฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดาแล้วจึงเกิดศรัทธา นางจึงได้ออกบวช

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงทราบว่าหญิงคนนี้ไม่มีสามี จึงรับสั่งให้มาอยู่ในพระราชวัง วันหนึ่ง ทรงประทานดอกบัว

แก่นาง นางแสดงอาการร่าเริง แต่เมื่อดมดอกบัวแล้ว นางก็ร้องให้ พระราชาทรงเห็นอาการทั้ง 2 อย่างของนาง

จึงรับสั่งให้เรียกนางมาถาม นางจึงเล่าถึงกลิ่นปากของสามีนางที่หอมเหมือนดอกบัว

พระราชาอยากพิสูจน์ความจริง วันรุ่งขึ้นจึงรับสั่งให้คนขนของหอมที่มีกลิ่นอย่างดีทุกอย่างออกไปจากวัง

แล้วกราบทูล พระบรมศาสดาพร้อมทั้งสาวก รวมทั้งพระเถระที่เคยเป็นสามีของนางเข้ามารับภัตตาหารในวัง

เมื่อฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว พระราชาจได้กราบอาราธนาให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวกกลับ

เหลือก็แต่พระเถระรูปนั้น เมื่อพระเถระกล่าวอนุโมทนา กลิ่นหอมก็ได้ฟุ้งไปทั่วพระราชวัง

วันรุ่งขึ้นพระราชาไปกราบทูลถามพระศาสดา พระองค์ตรัสเล่าว่า ในอดีตเมื่อพระภิกษุรูปนี้ได้ฟังพระสัทธรรม

ก็เปล่งสาธุการ ว่า “สาธุ สาธุ” โดยความเคารพ ไม่ขาดสาย กลิ่นปากจึงหอมเหมือนกลิ่นดอกบัว (มก.32/44)

Page 1 of 1812345»10...Last »