ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้

ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้

ยูบีอี ฟอส เป็นไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ และเป็นการทำดีท็อกซ์แบบองค์รวม
ช่วยในการปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ ให้คุณสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก
ไม่ใช่การดีท็อกซ์แบบเก่าๆ ที่มีแต่การขับถ่ายเพียงอย่างเดียว
ไม่ต้องทนทุกข์กับอาการปวดท้อง ปวดท้องบิดทรมาน
จึงเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ทุกเพศ ทุกวัย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
081-666-8818
https://www.detox.in.th

Line: @Detoxth
http://line.me/ti/p/~@detoxth

ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้

Shopee: https://m.in.mg/FOS-PP
https://shopee.co.th/detox.in.th

ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้

ยูบีอี ฟอส เหมาะสำหรับ

– ผู้ที่มีปัญหาการขับถ่าย ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ท้องผูกเรื้อรัง ต้องออกแรงเบ่งมาก
– ผู้ที่มีปัญหาท้องเสียบ่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ
– ผู้ที่ชอบทานเนื้อสัตว์และไขมัน แต่ทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอในแต่ละวัน
– ผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัว กลิ่นปากเหม็น เรอเหม็นเปรี้ยว ผายลม
– ผู้ที่มีปัญหาระบบการย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี
– ผู้ที่มีปัญหาผิวพรรณไม่สดใส เหนื่อยง่าย ภูมิแพ้ เป็นสิวไม่หาย
– ผู้ที่มีปัญหาอ้วนลงพุง อยากผอมแต่ลดน้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ

ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ดียังไง? ช่วยอะไรได้บ้าง?

– ช่วยระบาย ลดและแก้ไขปัญหาอาการท้องผูก ขับถ่ายยาก อุจจาระแข็ง ถ่ายไม่สุด ถ่ายไม่ออก
– ช่วยในการป้องกันโรคริดสีดวงทวาร
– ช่วยล้างสารพิษ ขจัดของเสีย อุจจาระที่ค้างสะสม ออกจากลำไส้
– ช่วยในการดูแลรักษาระบบการย่อยอาหาร เพิ่มศักยภาพการดูดซึมสารอาหาร
– ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้
– ช่วยปรับสมดุลของระบบไหลเวียนของเลือด และน้ำเหลืองให้เป็นปกติ
– ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
– ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
– ช่วยการป้องกันมะเร็งลำไส้ ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
– ช่วยควบคุมน้ำหนัก และหน้าท้องแบนราบ หุ่นดีขึ้น ผิวพรรณสดใส
– ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ยับยั้งการสะสมของไขมันในร่างกาย

ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้

ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้

ยูบีอี ฟอส ไฟเบอร์ดีท็อกซ์จากธรรมชาติ ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ลำไส้

เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเรา

เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเรา

การรักษาศีลเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ การรักษาศีลนั้น อาศัยเพียงแค่จิตใจที่ดีงาม แน่วแน่ มั่นคง ก็จะสามารถรักษาศีลไว้ได้แล้ว โดยเริ่มจากการนึกถึงศีลแต่ละข้อ แล้วทำการตั้งใจว่า เราจะรักษาศีลข้อนั้นให้ดี เพียงแค่นี้เราก็พร้อมที่จะเริ่มรักษาศีล

แต่หากว่าไม่มั่นใจว่าจะ รักษาศีลได้ตลอดไปหรือไม่ ก็ควรจะไปสมาทานศีลกับพระภิกษุ เพื่อให้ท่านเป็นสักขีพยาน ซึ่งจะช่วยให้เรามีความรักและความเคารพในศีลของเรา และจะสามารถรักษาศีลได้อย่างมั่นคง

เมื่อเรารักษาศีล ศีลก็จะรักษาเราด้วยเช่นเดียวกัน ความปรารถนาสิ่งใด ก็อธิษฐานจิตเอาศีลที่บริสุทธิ์ของเราเป็นที่ตั้ง ความปรารถนาก็จะสำเร็จโดยง่าย ศีลจึงเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดที่สุดที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้นทันตาเห็น ทั้งในปัจจุบันชาติ และสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นในภพหน้าเบื้องหน้า

รักษาศีลต้องมีความตั้งใจ

รักษาศีลต้องมีความตั้งใจ

ในการรักษาศีล เจตนา หรือ ความตั้งใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การที่คนเรานั้นไม่ได้ทำผิดศีล หรือไม่ได้ทำความชั่ว ไม่ได้แปลว่าเรามีศีลนะคะ เพราะว่าคนที่ไม่ได้ทำความชั่ว อาจจะเป็นเพราะ เค้าคนนั้นยังไม่มีโอกาสที่จะทำ เช่น คนที่นอนป่วยหมดแรง อยู่ในโรงพยาบาล ย่อมจะไปทำเรื่องที่เบียดเบียนใครไม่ได้ หรือนักโทษที่อยู่ในคุก ย่อมไม่สามารถออกไปทำร้ายใครได้ การจะได้ชื่อว่า เป็นผู้รักษาศีล จะต้องมีเจตนาหรือความตั้งใจ ที่จะงดเว้นจากการทำชั่วอย่างแท้จริง

ศีลขาดง่ายจริงหรือ

ศีลขาดง่ายจริงหรือ?

ทั้ง ๆ ที่ศีลมีประโยชน์มากมาย แต่หลาย ๆ คน กลับไม่สนใจที่จะรักษาศีล ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า

คนเหล่านั้นไม่เห็นคุณค่า หรือคิดว่าการรักษาศีลนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและยุ่งยาก จะทำอะไรนิดอะไรหน่อย

ก็ศีลขาดแล้ว แต่ที่จริงแล้วนั้น ศีลไม่ได้ขาดง่าย ๆ จะขาดได้ต้องครบองค์ประกอบของศีลแต่ละข้อด้วย
Continue reading ศีลขาดง่ายจริงหรือ

ตัวอย่างเรื่อง ศีล จากพระไตรปิฎก : ไม่รักษาศิลข้อ 5

ตัวอย่างเรื่อง ศีล จากพระไตรปิฎก : ไม่รักษาศิลข้อ 5

ในครั้งพุทธกาล มีบุตรเศรษฐีและภรรยาตระกูลหนึ่ง มีทรัพย์รวมกัน 160 โกฏิ ต่อมาถูกพวกนักเลงลวง

ให้ดื่มสุรา ไม่นานทรัพย์ทั้ง 160 โกฏิ ก็ถูกผลาญหมดไปจนทั้งคู่กลายเป็นขอทาน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องและตรัสว่า ถ้าบุตรเศรษฐีและภรรยาไม่ผลาญทรัพย์ให้หมดสิ้นไป

แต่ประกอบการงานในปฐมวัย จะได้เป็นเศรษฐีชั้นเลิศ ถ้าออกบวช จะได้เป็นพระอรหันต์

ภรรยาจะบรรลุอนาคามิผล ถ้าประกอบการงานในมัชฌิมวัย จะได้เป็นเศรษฐีชั้นที่ 2 ถ้าออกบวชจะได้

เป็นพระอนาคามี ภรรยาจะได้บรรลุสกทาคามิผล ถ้าประกอบการงานในปัจฉิมวัย จะได้เป็นเศรษฐีชั้นที่ 3

ถ้าออกบวชจะได้เป็นพระสกทาคามิ ภรรยาจะได้โสดาปัตติผล แต่นี่บุตรเศรษฐีไม่มีอะไรเหลือเลย ทั้งโภคทรัพย์

และอริยทรัพย์ เพราะผิดศิลข้อ 5 (มก.42/181)