การถือศิล จะได้บุญได้อย่างไร

การถือศิล จะได้บุญได้อย่างไร

เมื่อตัวเรานั้นได้ตั้งใจที่จะถือศิล งดเว้นจากการทำความชั่ว ไม่เบียดเบียนใคร ความตั้งใจนี้จะทำให้

บังเกิดเป็นผลบุญอันมหาศาล ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสว่า เป็น “มหาทาน”

เนื่องจากเมื่อเราถือศิล ก็เท่ากับว่าเราเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ

Continue reading การถือศิล จะได้บุญได้อย่างไร

การอุทิศบุญและการแบ่งส่วนบุญ

เมื่อทำทานเสร็จแล้ว ควรอุทิศบุญหรือแบ่งส่วนบุญให้แก่หมู่ญาติ ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ล่วงลับไปแล้ว

การแบ่งส่วนบุญให้คนที่ยังมีชิวิตอยู่ ทำได้ด้วยการแจ้งให้เขาทราบว่าเราทำบุญอะไรมา เมื่อเขาอนุโมทนาบุญกับเรา

เขาก็จะได้บุญ ส่วนการอุทิศบุญให้กับคนที่ล่วงลับไปแล้ว คนที่ตายไปแล้ว ให้อุทิศด้วยการกรวดน้ำ

หรือตั้งจิตเป็นสมาธิ อุทิศให้ ผู้ตายก็จะได้รับบุญ

Continue reading การอุทิศบุญและการแบ่งส่วนบุญ

จริงหรือไม่ คนที่ไม่ชอบทำทานแต่รวย คนที่ทำทานมากกลับจน

จริงหรือไม่ คนที่ไม่ชอบทำทานแต่รวย คนที่ทำทานมากกลับจน

 

มีหลายต่อหลายครั้งและบ่อยครั้งที่เราเองก็สงสัยว่า บางคนที่ไม่เคยทำบุญทำทานเลยแต่กลับร่ำรวย

ฟังดูแล้วเหมือนไม่ยุติธรรม แต่ที่จริงแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งดีและร้ายนั้นที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา

ต่างก็เป็นผลมาจากกรรม (การกระทำ) ของเราทั้งสิ้น ทั้งการกระทำในอดีต กรรมเก่าในอดีต

และผมกรรมในปัจจุบัน

Continue reading จริงหรือไม่ คนที่ไม่ชอบทำทานแต่รวย คนที่ทำทานมากกลับจน

ของที่ให้แล้วไม่ได้บุญ

ของบางอย่างที่ไม่ควรนำไปให้ใคร เพราะเกิดเมื่อให้แล้ว นอกจากเราจะไม่ได้บุญ ยังมีโทษ

หรือบาปกรรม เกิดขึ้นกับทั้งผู้ให้และผู้รับ ได้แก่ สุรา ยาเสพติด มหรสพ ที่ทำให้

ประมาทมัวเมา สัตว์เพื่อการผสมพันธุ์ รูปภาพหรือสิ่งของที่ยั่วยุกามารมณ์ อาวุธ

ยาพิษ สิ่งของเพื่อทำการทำมิจฉาชีพ

การให้ทานที่มีอานิสงส์มาก

การให้ที่ได้บุญมาก มีผลนับประมาณมิได้ ตามหลักของพระพุทธศาสนา

จะต้องครบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ

 

1. วัตถุบริสุทธิ์ หมายถึง สิ่งของที่นำมาทำทาน หามาได้โดยชอบธรรม ไม่ได้ลักขโมยมา

2. บุคคลบริสุทธิ์ หมายถึง ทั้งผู้รับและผู้ให้มีศิล มีธรรม ตามเพศภาวะของตน

3. เจตนาบริสุทธิ์ หมายถึง มีเจตนาให้ด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา เชื่อในผลของทาน ทั้งก่อนให้

ขณะให้ และหลังจากให้แล้ว

 

นอกจากนี้ การให้ทานจะได้บุญมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ให้อีกด้วย

ถ้าให้ทานแบบเฉพาะเจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรียกว่า “ปาฏิปุคลิกทาน” จะได้บุญ

น้อยกว่าให้ทานแก่หมู่คณะ โดยไม่เจาะจงผู้ใดผู้หนึ่ง ที่เรียกว่า “สังฆทาน”

ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับรองไว้ว่า

 

สังฆทานเป็นประมุขของผู้หวังบุญ พระสงฆ์นั่นแหล่ะเป็นประมุขของผู้บูชา
และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญใดยิ่งใหญ่กว่า