HubCorner logo web

ออกแบบชีวิตด้วยทาน

การที่มนุษย์จะดำรงชีวิตอยู่ได้นั้นก็ด้วยการให้ เมื่อเกิดมาเราไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ถ้าพ่อแม่ของเรา

ไม่ได้ให้ความรัก ความเมตตาและการเลี้ยงดู เราคงไม่สามารถก้าวผ่านวันเวลาในครั้งเป็นทารกมา

ยืนหยัดอยู่ได้จนทุกวันนี้ การให้จึงมีคุณค่าอย่างที่ไม่อาจจะประมาณค่าได้ สำหรับทุกชีวิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ให้ เพราะการให้ทานอยู่เสมอ ๆ จะเปลื่ยนแปลงชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

เป็นอัศจรรย์ Read More »

อานิสงส์ของการให้ทาน

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอานิสงส์ของทานไว้ในสีหสูตรว่า

 

1. ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ที่ชอบใจของคนเป็นอันมาก

2. คนดีเป็นอันมากย่อมพอใจคบหากับผู้ให้ทาน

3. ชื่อเสียงอันดีงามของผู้ให้ ย่อมฟุ้งขจรไป

4. ผู้ให้ย่อมแกล้วกล้าอาจหาญ ไม่เก้อเขินในที่ประชุมชน

5. เมื่อละจากโลกนี้ ผู้ให้ย่อมบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์

 

อานิสงส์ 4 ประการแรกส่งผลในชาติปัจจุบัน ประการสุดท้ายส่งผลในชาติหน้า

 

นอกจากนี้ ทานอย่างอย่างยังมีอานิสงส์ที่เด่นชัดอยู่ในตัวเอง เมื่อเรานั้นทำทานแล้ว

แม้ไม่ได้อธิษฐานก็ตาม บุญก็จะส่งผลตามลักษณะของท่าน ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้

ใน กินททสูตร ว่า

“ผู้ให้อาหาร ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้วรรณะ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข
ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ และผู้ให้ที่พักอาศัย ชื่อว่าให้ทุกอย่าง ส่วนให้ธรรมทาน
ชื่อว่าให้อมฤตธรรม”

ของที่ให้แล้วไม่ได้บุญ

ของบางอย่างที่ไม่ควรนำไปให้ใคร เพราะเกิดเมื่อให้แล้ว นอกจากเราจะไม่ได้บุญ ยังมีโทษ

หรือบาปกรรม เกิดขึ้นกับทั้งผู้ให้และผู้รับ ได้แก่ สุรา ยาเสพติด มหรสพ ที่ทำให้

ประมาทมัวเมา สัตว์เพื่อการผสมพันธุ์ รูปภาพหรือสิ่งของที่ยั่วยุกามารมณ์ อาวุธ

ยาพิษ สิ่งของเพื่อทำการทำมิจฉาชีพ

การให้ทานที่มีอานิสงส์มาก

การให้ที่ได้บุญมาก มีผลนับประมาณมิได้ ตามหลักของพระพุทธศาสนา

จะต้องครบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ

 

1. วัตถุบริสุทธิ์ หมายถึง สิ่งของที่นำมาทำทาน หามาได้โดยชอบธรรม ไม่ได้ลักขโมยมา

2. บุคคลบริสุทธิ์ หมายถึง ทั้งผู้รับและผู้ให้มีศิล มีธรรม ตามเพศภาวะของตน

3. เจตนาบริสุทธิ์ หมายถึง มีเจตนาให้ด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา เชื่อในผลของทาน ทั้งก่อนให้

ขณะให้ และหลังจากให้แล้ว

 

นอกจากนี้ การให้ทานจะได้บุญมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ให้อีกด้วย

ถ้าให้ทานแบบเฉพาะเจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรียกว่า “ปาฏิปุคลิกทาน” จะได้บุญ

น้อยกว่าให้ทานแก่หมู่คณะ โดยไม่เจาะจงผู้ใดผู้หนึ่ง ที่เรียกว่า “สังฆทาน”

ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับรองไว้ว่า

 

สังฆทานเป็นประมุขของผู้หวังบุญ พระสงฆ์นั่นแหล่ะเป็นประมุขของผู้บูชา
และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญใดยิ่งใหญ่กว่า

ทาน 4 ประเภท

เรื่องของ ทานนั้นแบ่ง 4 ประเภท ดังนี้

1. อามิสทาน คือ การให้วัตถุสิ่งของต่าง ๆ เป็นทาน เช่น ข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ

ดอกไม้ ของหอม เครื่องใช้ ที่นอน ที่พัก โคมไฟ เป็นต้น

การให้อามิสทานนี้ แบ่งตามคุณภาพสิ่งของที่ทำทานได้เป็น 3 อย่าง คือ

1.1 ทาสทาน ให้ของที่ด้อยกว่าที่ตนเองใช้ ได้บุญน้อย
1.2 สหายทาน ให้ของที่เสมอกับที่ตนเองใช้ ได้บุญมากขึ้น
1.3 สามีทาน ให้ของที่ดีกว่าที่ตนเองใช้ ได้บุญมากที่สุด
Read More »

Page 5 of 18« First...«34567»10...Last »